การให้อาหารสายยาง ใส่สายยางอยู่ในร่างกายนานๆจะเกิดข้อเสียอะไรหรือไม่การใส่สายยางให้อาหารทิ้งไว้ในร่างกายนานๆ (Long-term Tube Feeding) แม้จะเป็นความจำเป็นทางการแพทย์เพื่อรักษาชีวิตและโภชนาการ แต่การมีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในร่างกายเป็นเวลานานย่อมส่งผลกระทบและมีข้อเสียที่ต้องเฝ้าระวังครับ
โดยแบ่งผลกระทบออกเป็นด้านต่างๆ ดังนี้ครับ
1. ผลกระทบต่อเนื้อเยื่อและโครงสร้างร่างกาย
แผลกดทับและเนื้อเยื่ออักเสบ: สำหรับสายทางจมูก (NG Tube) สายที่กดทับปีกจมูกหรือผนังโพรงจมูกนานๆ อาจทำให้เนื้อเยื่อตาย เป็นแผล หรือเกิดกระดูกอ่อนอักเสบได้
ภาวะไซนัสอักเสบ (Sinusitis): สายยางอาจไปขวางทางระบายของโพรงไซนัส ทำให้เกิดการสะสมของเชื้อแบคทีเรียและอักเสบเรื้อรัง
หูชั้นกลางอักเสบ: สายยางที่ผ่านคอหอยอาจไปกดทับท่อยูสเตเชียน (Eustachian tube) ที่เชื่อมต่อกับหู ทำให้ระบายน้ำไม่ได้และเกิดการติดเชื้อในหู
2. ผลกระทบต่อระบบทางเดินอาหารและปอด
หูรูดหลอดอาหารเสื่อม: การมีสายพาดผ่านหูรูดระหว่างหลอดอาหารและกระเพาะอาหารตลอดเวลา ทำให้หูรูดปิดไม่สนิท ส่งผลให้เกิด "กรดไหลย้อน" และเสี่ยงต่อการสำลักอาหารลงปอดมากขึ้น
การสำลักเงียบ (Silent Aspiration): ร่างกายอาจเริ่มชินกับสายจนกลไกการป้องกัน (การไอ) ลดลง ทำให้น้ำลายหรือเศษอาหารไหลลงปอดโดยที่ผู้ป่วยไม่แสดงอาการไอออกมา
ท้องผูกเรื้อรัง: เนื่องจากอาหารสายยางมักมีกากใยน้อยกว่าอาหารปกติ และผู้ป่วยมักขยับตัวน้อย ทำให้ลำไส้ทำงานเฉื่อยชาลง
3. ผลกระทบต่อช่องปากและลำคอ
เชื้อราในปาก: เมื่อไม่ได้ใช้ปากเคี้ยวอาหาร น้ำลายน้อยลง และทำความสะอาดไม่ทั่วถึง จะเกิดการสะสมของคราบขาวหรือเชื้อราในช่องปากได้ง่าย
เสียความสามารถในการกลืน: หากใส่นานโดยไม่มีการฝึกกลืน (Disuse Atrophy) กล้ามเนื้อที่ใช้ในการกลืนจะอ่อนแรงลงเรื่อยๆ ทำให้โอกาสกลับมาทานปกติยากขึ้น
4. ผลกระทบด้านจิตใจและสังคม
ความมั่นใจและภาพลักษณ์: ผู้ป่วยอาจรู้สึกอายหรือไม่อยากเข้าสังคมเพราะมีสายโยงใยที่ใบหน้า
การสูญเสียอรรถรส: การไม่ได้ลิ้มรสชาติอาหาร กลิ่น หรือการเคี้ยว ส่งผลต่อความสุขในการใช้ชีวิต (Quality of Life) และอาจนำไปสู่ภาวะซึมเศร้าได้
📊 ตารางเปรียบเทียบ: หากต้องใส่นาน ควรเปลี่ยนชนิดสายหรือไม่?
หัวข้อ สายทางจมูก (NG Tube) สายทางหน้าท้อง (PEG)
ความเหมาะสม ระยะสั้น (< 4 สัปดาห์) ระยะยาว (> 4 สัปดาห์)
ผลกระทบระยะยาว เสี่ยงไซนัสอักเสบ, แผลที่จมูกสูง ปลอดภัยต่อจมูก/คอ แต่ต้องระวังแผลหน้าท้อง
ความสบาย รำคาญ เจ็บคอ กลืนลำบาก สบายตัวกว่า ซ่อนใต้เสื้อผ้าได้
การติดเชื้อ เสี่ยงปอดอักเสบสูงกว่า ลดความเสี่ยงปอดอักเสบได้ดีกว่า
💡 แนวทางป้องกันและแก้ไข
เปลี่ยนสายตามกำหนด: หากเป็นสาย PVC ควรเปลี่ยนทุก 1-2 สัปดาห์ หากเป็นซิลิโคนเปลี่ยนทุก 1-3 เดือน เพื่อลดการสะสมของเชื้อโรค
ทำความสะอาดช่องปาก: ต้องแปรงฟันหรือเช็ดทำความสะอาดเหงือกและลิ้นทุกวัน แม้จะไม่ได้ทานทางปากก็ตาม
ปรึกษาเรื่องการเจาะหน้าท้อง (PEG): หากแพทย์ประเมินว่าต้องให้อาหารนานกว่า 1 เดือน การเปลี่ยนมาใส่สายทางหน้าท้องจะช่วยลดข้อเสียส่วนใหญ่ที่เกิดกับจมูกและลำคอได้ครับ